July 8, 2011
May 20, 2013
April 18, 2013
April 8, 2013
March 26, 2013
March 15, 2013
December 16, 2012
By mong
|
May 20, 2013
|
Blog
กล้อง Large Format หรือบางครั้งก็เรียกกันว่า View Camera นั้น ชื่อก็บอกว่าเป็นกล้องขนาดใหญ่ ถือกำเนิดมาตั้งนานแล้วในยุคที่ฟิล์มเริ่มเข้ามาครองเมือง และมันก็หายสาบสูญไปจากยุทธจักร เมื่อดิจิตอลบุกเข้ามายึดที่ว่างหลังกล้องไป
More+
ช่างภาพอีเวนท์ Event Photographer หลายคนถามว่าผมรับถ่ายด้วยไหม ก็พอมีงานพวกนี้อยู่บ้างครับ..แต่ผมอาจจะไม่ค่อยได้ลงรูปใน Port ซักเท่าไหร่.. วันนี้ก็เลยเอางานอีเวนท์ที่เคยถ่ายงานประชุมสัมมนามาให้ดูครับ เป็นงานสัมมนาของ Asian Forensic Sciences Network โดยมีแพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เป็นเจ้าภาพ
More+
By mong
|
April 8, 2013
|
Blog
ผมขออนุญาติอธิบายการทำงานการถ่ายรูปอาหาร(Food Photographer)ซักนิดนึงนะครับ(สรุปเอาจากประสบการณ์ของผมเองนะครับ) หลักๆการถ่ายภาพอาหารที่ดีจะมีอยู่ 3 องค์ประกอบคือ ช่างภาพ + Food stylist + Chef : Chef or Cook เตรียมอาหาร ดูเรื่องเครื่องปรุง ส่วนผสมอาหาร เตรียมวัตถุดิบ (Chef หลายคนที่ทำอาหารอร่อยมากๆ แต่ก็ยังจัดหน้าจานได้ไม่เหมาะกับการถ่ายรูป) : Food Stylist เตรียมภาชนะ ของประกอบต่างๆ และแต่งหน้าตาการวางอาหาร คุมเรื่อง Mood & Tone (ที่เคยร่วมงานด้วยหน้าตาอาหารจะน่ากินมากๆ..แต่บ่อยครั้งที่กินไม่ได้) : Photographer จัดไฟ วางองค์ประกอบ แสง สี และถ่ายรูปอาหารให้ดูน่ากิน มีบ่อยครั้งที่การทำงานมักจะจบลงที่การทำงานเพียงแค่ 1 หรือ 2 องค์ประกอบเท่านั้น คือ chef อาจจะทำหน้าที่เป็น Food stylist ควบคู่กันไป เรียกว่าทั้งปรุง ทั้งแต่งหน้าจานอาหารได้ทั้งหมด หรือ Food stylist อาจจะจัดเตรียมของและวัตถุดิบเอามาประกอบอาหารเองโดยไม่ต้องมี Chef ก็ได้(อาหารอาจจะกินไม่ได้ แต่หน้าตาสีสันจะน่ากินมาก) และก็บ่อยครั้ง ที่ทีมช่างภาพต้องกลายมาเป็น Food stylist และ Chef ด้วยในตัว... ถ้าเอางานเนี๊ยบ สวยงาม อย่างน้อยควรจะมีซัก 2 องค์ประกอบ Chef + Photographer หรือ Food stylist + Photographer หรือ Chef + Food stylist อ้าว..แล้วใครจะถ่ายรูปล่ะ... ^ ^ สำหรับลูกค้าที่งบประมาณจำกัดจริงๆ...ช่างภาพถ่ายภาพอาหารที่มีประสบการณ์ก็พอจะทำไหวครับ(แต่คงจะไม่เนี๊ยบเท่ากับที่มี Food stylist ร่วมงานด้วยแน่ๆ) ต้องบอกกันตรงๆว่า ผมทำอาหารไม่เป็น แต่ทีมงานของเราก็พอมีประสบการณ์บ้างเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายภาพอาหาร ครั้งเมื่อถึงเวลาฉุกเฉิน จากช่างภาพก็กลายเป็น Food stylist ได้บ้างพอเอาตัวรอดไปได้.. อย่างเช่นงานนี้..ผู้ช่วยช่างภาพน้องเรย์ต้องกลายมาเป็น Food stylist จำเป็น เพื่อถ่ายภาพอาหารสำหรับเอาไป Di-cut อีกที
More+
งานหมั้นของมอลล์และตั้ม..จัดขึ้นที่โรงแรมสุโขทัย ห้องศิลาดล เป็นงานหมั้นเล็กๆง่ายๆเฉพาะญาติและเพื่อนสนิท..หมั้นตอนเช้า..ตอนบ่ายแต่งงานที่โบสถ์วัดพระมหาไถ่ ถ.วิทยุ
More+
ตั้ม..ว่าที่เจ้าบ่าว และมอลล์..ว่าที่เจ้าสาว ตกลงใจที่จะจ้าง..ช่างภาพ อย่างผมให้ทำหน้าที่ถ่ายภาพ pre wedding ให้กับเขาทั้งคู่ สถานที่ก็คือโรงแรมบันยันทรี สาทร..
More+
By mong
|
December 16, 2012
|
Blog
หลังจากจบการแข่งขัน canon photo marathon 2012 ไปแล้ว..ผลการแข่งขันมีสมาชิก thaiD ได้รับรางวัลไป 2 คน หนึ่งในนั้นคือผมเองครับ รางวัล Merit award of theme 1 ต้องขอขอบคุณ thaiD โดยเฉพาะกระทู้นี้ canon photo marathon 2012 ที่ให้ความรู้ผมมากเลยทีเดียว ผมขอเอาเรื่องราวเบื้องหลังของความคิดมาแชร์ให้เพื่อนๆน้องๆทุกคนหน่อยนะครับ...เพื่อว่าอาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ขอออกตัวก่อนครับว่าปกติผมเป็น Nikon user แต่มาลงแข่งมาราธอนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว และทุกครั้งยืมกล้องชาวบ้านเขาตลอด ^^ ผมไม่ใช่นักล่ารางวัลนะครับ แต่ชอบการแข่งขันสไตล์นี้(แข่งสด จบหลังกล้อง) เพราะทุกคนจะรู้โจทย์พร้อมกัน มีเวลาเท่ากัน ต่างกันแค่โชคชะตา ว่าใครจะหา Subject ได้ดีกว่ากัน การแข่งในครั้งนี้ยืมกล้องเก่าเพื่อน EOS 5D เฉยๆไม่มีนามสกุลมาร์ค เมิร์ก อะไรทั้งสิ้น พร้อมเลนส์ 50/1..4 + 24-70 (ซึ่งเพิ่งรู้ว่ามันเจ๊งเอาในตอนเช้าวันแข่ง) กล้องก็ไม่คุ้นเพราะได้มาในคืนก่อนวันแข่งขัน เลนส์ก็โดนบังคับด้วยมุม 50 ตัวเดียว (เพราะอีกตัว 24-70 ใช้ไม่ได้) ทำให้การแข่งขันนี้อึดอัดมากพอควร แต่ก็ตั้งใจมาฝึกความคิด มาเจอเพื่อนๆ ไม่ได้หวังผลอะไรมากนัก โจทย์แรกที่ได้ theme 1 “กรุงเทพเมืองฟ้า เมืองสวรรค์บนดิน” พร้อมกับมีข้อบังคับว่าในรูปต้องมีโบเก้ โดยทาง canon ได้ให้อุปกรณ์สำหรับผลิตโบเก้ (กระดาษดำ กรรไกร คู่มือการถ่ายโบเก้ พร้อมทั้งคำอธิบาย วิธีถ่ายรูปโบเก้มาให้ด้วย ) เชื่อไหม..ผมถ่ายรูปมานานแล้ว..แต่ไม่เคยใช้เทคนิคในการถ่ายโบเก้เลยซักครั้งเดียว ครั้งนี้ถือว่าเปิดซิงกันเลยทีเดียว ได้โจทย์ปุ๊ป พวกเรารวมตัวกันถกเรื่องเทคนิคการถ่ายก่อนเลย..ถ่ายยังไงถึงจะมีโบเก้ เมื่อรู้เทคนิคแล้ว คราวนี้มาตีโจทย์กันต่อ..ถ้าพูดถึงกรุงเทพ..คุณนึกถึงอะไรบ้าง..? แน่นอนจุด Landmark ต่างๆมันโผล่ออกมาทันที วัดพระแก้ว,เสาชิงช้า,วัดอรุณ,เขาดิน,ตึกสูง,อนุสาวรีชัย ฯลฯ แต่ว่ามีเวลาให้แค่ 2 ชม.ต้องกลับไปส่งโจทย์ที่วังพญาไท เวลา,สถานที่,โบเก้,ความหมายของโจทย์ เอาไงดี..?? ตอนแรกพวกเราเลือกที่จะไปวัดพระแก้ว เพราะคิดว่าที่นั่นน่าจะมีอะไรให้ถ่ายเยอะ แต่เมื่อดูเวลา เหลืออีกแค่ชั่วโมงครึ่ง จากสาธรไปวัดพระแก้วแล้วกลับมาพญาไท คงไม่ไหว ตัดสินใจว่าจะไปอนุสาวรีย์ชัยฯ เพราะใกล้วังพญาไท นั่งรถไฟฟ้าไปง่ายดี แต่พอรถ BTS มาถึงสยาม เพื่อนในกลุ่มบอก.”พี่ผมจะไปที่ศาลพระพรหมฯ” เอ้าไปก็ไป เดินบน skywalk จากสยามไปแยกราชประสงค์ ผมเดินคิดตลอดเลยว่า จะถ่ายอะไร ยังไง ให้ครบตามโจทย์ บอกตรงๆว่าใบ้กิน และคิดว่าจะขอบาย theme นี้แล้วด้วย theme นี้ยากเกิน ถ่ายตอนกลางวันแล้วจะเอาโบเก้ ถ้าถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง (wide angles) โบเก้น่าจะไม่ขึ้น หรือขึ้นก็ไม่เด่นชัด ถ้าถ่ายด้วยเลนส์ 50 mm.(ก็มีมาตัวเดียวนี่) เปิดหน้ากล้องกว้างๆโบเก้มาแน่แต่จะเอาอะไรมาบอกว่าที่นี่กรุงเทพเมืองฟ้า เมืองสวรรค์บนดิน ด้วยเลนส์ 50 ตัวเดียวที่มี..ทำให้คิดว่าผมจะต้องย่อ กรุงเทพฯให้เล็กลง ให้เก็บด้วยเลนส์ 50 ให้ได้ นึกไปถึงเมืองจำลอง หรือ model วัดพระแก้ว...เอ..แต่นี่เรามาแยกราชประสงค์นี่หว่า... หรือจะใช้การถ่ายสะท้อนในกระจก..หรือวัตถุพวกโครเมี่ยม..มุมสะท้อนมันน่าจะย่อของใหญ่ให้เล็กลงได้นี่.. เพื่อนไปศาลพระพรหม ผมแยกไปหน้า centralworld เดินหา...
More+